อาเศียรวาทราชสดุดี

                                น้ำแล้งดินแห้งแข็ง         ทรงพลิกแผลงด้วยฝนหลวง
                             ธ.เป็นดั่งดวงทรวง             คอยห่วงหวงราษฏร์แผ่นดิน
                             กราบก้มบังคมบาท           ภูวนาทผู้ทรงศีล
                             หมู่ชนล้วนยลยิน               พระภูมินทร์เปี่ยมพระทัย
                             ทศพิธราชธรรม                ทรงน้อมนำเอามาใช้
                             เมตตาประชาไทย             ร้อนสิ่งใดทรงดับพลัน
                             เยาวชนล้นปัญญา             ชาวประชาล้วนสุขสันต์
                             ประทานศึกษากัน             ทวยราษฏร์นั้นล้วนยินดี
                             ทรงโปรดแนวเกษตร         แก้สาเหตุไม่สุขศรี
                             ดินแข็งแล้งไม่ดี                แนะวิธีฟื้นฟูดิน
                             ทรงแนะปลูกหญ้าแฝก       ให้รากแทรกชำแรกสิ้น
                             รากนั้นไชลงดิน                ยึดทรายหินกันทะลาย
                             แนะนำราษฏร                  ทั้งฝึกสอนการค้าขาย
                            ยึดหลักพอเพียงกาย          ปันส่วนขายเหลือไว้กิน
                            พระซึ้งซึ่งดนตรี                 จอมกวีมณีศิลป์
                            แซ่ซ้องก้องแผ่นดิน           ทั้งทั่วถิ่นในโลกา
                            ถวายพระพรชัย                 แด่จอมไทยได้คู่ฟ้า
                            ขอปวงเทพเทวา               ร่วมศรัทธาถวายพรชัย
                            มหามงคลกาล                  โปรดประทานบันดาลให้
                            เศวตพระจอมไตร              ราชาชัยทรงสำราญ
                           ขอพรพระไตรรัตน์              ดลจรัสเกษมศานต์
                           เศวตฉัตรชัชวาลย์              แผ่ไพศาลพระบารมี
                           นิรทุกข์ไม่กรายกล้ำ           เกษมธรรมพิพัฒน์ศรี
                           พระชนม์กว่าร้อยปี             พระภูมีสง่าไกล
                           พระพละทรงแข็งแรง          กายาแกร่งสุดสดใส
                           ประสงค์จำนงใด                สมพระหฤทัยสฤษดิ์เทอญฯ

                                         ฑีฆายุโกโหตุ มหาราชา

                                    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

กศน.อำเภอหนองม่วง ต้อนรับคณะศึกษานิเทศจาก สำนักงาน กศน.จังหวัดลพบุรี

       เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2554 กศน.อำเภอหนองม่วง นำโดย ผอ.สุพล อ่ำจำปา ผอ.กศน.อำเภอหนองม่วง พร้อมด้วยคณะครู กศน.อำเภอนหนองม่วง ได้ต้อนรับ คณะศึกษานิเทศ จาก สำนักงาน กศน.จังหวัดลพบุรี โดยทางศึกษานิเทศมาเพื่อเตรียมความพร้อม ในการประเมินมาตรฐานการศึกษา ในครั้งต่อไป

1 ธันวาคม วันเอดส์โลก

วันต้านเอดส์โลก วันเอดส์โลก   1 ธันวาคม ของทุกปี


         องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดเอา วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปีเป็น“วันโลกต้านเอดส์” (WORLD AIDS DAY) และในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2532 ถือว่า เป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก
         ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2532 ถือว่าเป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์หลายรูปแบบพร้อมกันทั่วโลก
โดยตั้งความหวังไว้ว่า
         1.จะพยายามหยุดยั้งโรคเอดส์
         2.ให้ความเห็นใจ ห่วงใย ต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์
         3.ให้ทุก ๆ คนได้รู้เรื่องโรคเอดส์
         จากการที่องค์การอนามัยโลก ได้ให้ความสำคัญของโรคเอดส์ดังกล่าว ย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า โรคเอดส์เป็นโรคที่มีความรุนแรง มีผลกระทบต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคมและต่อประเทศชาติ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากมาย


โครงการ “กศน.อำเภอหนองม่วง รวมใจช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม”



          กศน.อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี นำโดย ผอ.สุรพล อ่ำจำปา พร้อมด้วยคณะครู กศน.อำเภอหนองม่วง ได้จัดโครงการ กศน.อำเภอหนองม่วง รวมใจช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมณ ตำบลสี่คลอง อำเภอเมืองลพบุรีจังหวัดลพบุรี โดยได้ทำ ข้าวผัด และเฉาก๊วย เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยทั้งที่ได้พักพิงอยู่ ที่วัด และหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียง  ในการนี้ กศน.อำเภอหนองม่วง ขอขอบคุณ ผอ.ธิติพนธ์ ระลอกแก้ว ผอ.กศน.อำเภอเมืองลพบุรี ที่ได้ประสานงาน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ในการจัดทำโครงการในครั้งนี้

โครงการ “กศน.อำเภอหนองม่วง รวมใจช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม”

        

กศน.อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี นำโดย ผอ.สุรพล อ่ำจำปา พร้อมด้วยคณะครู กศน.อำเภอหนองม่วง ได้จัดโครงการ “กศน.อำเภอหนองม่วง รวมใจช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม” ณ ตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยได้ทำ ข้าวผัด และก๋วยเตี๋ยว เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยทั้งที่ได้พักพิงอยู่ ที่วัด และหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียง ในการนี้ กศน.อำเภอหนองม่วง ขอขอบคุณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางขาม และ ครูกรองแก้ว สง่าทอง ที่ได้ประสานงาน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ในการจัดทำโครงการในครั้งนี้

มอง”น้ำ”เห็น”เมือง” เบื้องหลังน้ำท่วมใหญ่กทม.

ปริญญา ตรีน้อยใส

(ในอดีต เมื่อน้ำเหนือไหลบ่า น้ำทะเลหนุน คนกรุงต่างดีใจ แต่วันนี้”น้ำเหนือ”และ”น้ำทะเลหนุน”กลายเป็นความทุกข์ใหญ่ของคนเมืองกรุง   ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ล้วนมี”ที่มา” 
“ปริญญา  ตรีน้อยใส”ดัดแปลงบทความวิชาการที่เคยเสนอในการประชุมที่ต่างประเทศมาอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้  เขานำ”ประวัติศาสตร์”ของกรุงเทพมหานครมาเชื่อมโยงกับมุมมองด้านสถาปัตย์ ในฐานะคณบดีคณะสถาปัตยกรรม แล้วจะเข้าใจว่าทำไม”ความดีใจ”ในอดีต
จึงกลายเป็น”ความทุกข์”ในปัจจุบัน.....    )
                                   

กศน.หนองม่วงร่วมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม

        ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง ได้จัดโครงการ กศน.หนองม่วงร่วมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ในระหว่างวันที่ 2 -11 พฤศจิกายน 2554 โดยจะดำเนินการจัดทำอาหาร เช่น ผัดไท ต้มยำปลากระป๋อง ข้าวสวย เพื่อนำไปช่วยในพื้นที่ ดังกล่าว และศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง จะมีรถประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งมารับของบริจาคในบริเวณตลาดหนองม่วง ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป รายการสิ่งของที่ขอรับบริจาค เช่นไข่ไก่หรือ ไข่เป็ด น้ำมันพืช เส้นหมี่ เส้นจัน เส้นหมี่โคราช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เส้นหมี่ขาวไวไว ข้าวสาร ปลากระป๋อง น้ำตาลทราย น้ำเปล่า อื่นๆ
       ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง จึงขอประชาสัมพันธ์มา ณ ที่นี้

กศน.อำเภอหนองม่วง รับสมัครนักศึกษา ภาคเรียนที่ 2

          ด้วยศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง ได้เปิดรับสมัครนักศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ในระดับประถมศึกษา  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และรับลงทะเบียนตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 30 ตุลาคม 2554 เวลา 08.30 - 16.30 น. โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ กศน.ตำบลทุกแห่ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง และห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง
           ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยหนองม่วง จึงความอนุเคราะห์ท่าน มอบให้เจ้าหน้าที่ ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายให้กับประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน
                                 หลักฐานที่ใช้ในการสมัครเรียน
                  1.สำเนาวุฒิการศึกษา                                               จำนวน       2     ฉบับ
                  2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน                                  จำนวน       2     ฉบับ
                  3.สำเนาทะเบียนบ้าน                                                จำนวน       2     ฉบับ
                  4.รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว                                                 จำนวน       2      ฉบับ
                  5.เอกสารอื่น ๆ ถ้ามี เช่น ใบทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ  จำนวน       2     ฉบับ

  **** หมายเหตุ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลและรายละเอียดในการสมัครเรียนเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วงในวันและเวลาราชการ เบอร์โทรศัพท์ 0-3643-1878

พระปิยะมหาราช

พระราชประวัติ และพระราชกรณีกิจ



        พระบาท สมเด็จ พระปรมินทร มหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๕ แห่งพระบรม ราชจักรีวงศ์ พระนามเดิมว่า สมเด็จ เจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ฯ เป็น พระราชโอรส ในพระบาท สมเด็จ พระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว และ สมเด็จ พระเทพ ศิรินทรา บรมราชินี พระราช สมภพ เมื่อ วันอังคารที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๓๙๖ มีพระขนิษฐา และ พระอนุชา ร่วมสมเด็จ พระบรมราชนี ๓ พระองค์ คือ
          ๑. สมเด็จ พระเจ้า บรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทร มณฑล โสภณภควดี กรมหลวง วิสุทธิกษัตริย์
          ๒. สมเด็จ พระเจ้า บรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์ รัศมี กรมพระจักร พรรดิพงศ์ ต้นราชสกุล จักรพันธุ์
          ๓. จอมพล สมเด็จ พระราช ปิตุลาบรม พงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณ ุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยา ภาณุพันธุวงศ์ วรเดช ต้นราชสกุล ภาณุพันธุ์

6 เรื่องไม่ควรทำ เมื่อขับรถผ่านน้ำท่วม

        


         เมื่อก่อนหน้านี้ เราเคยพูดถึงการขับรถลุยน้ำท่วมไปแล้วกับข้อปฏิบัติที่ควรจะทำเมื่อคุณต้องลุยเส้นทางน้ำท่วม แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังมีหลายคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในการขับรถลุยน้ำ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณกำลังต้องผ่านทางลุยน้ำท่วมระดับสูง สิ่งเหล่านี้คือข้อห้ามระหว่างขับขี่ในน้ำท่วม

         1.ห้ามขับรถเร็ว เส้นทางน้ำท่วมนั้นนับเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ท้าทายอย่างมากสำหรับนักขับ และสิ่งที่สำคัญเมื่อคุณใช้เส้นทางที่เต้มไปด้วยน้ำนั้นคือห้ามขับรถเร็ว เหตุผลที่เราไม่แนะนำให่คุณขับรถเร็วนั้น ก็เพราะ 1.น้ำอาจจะกระเด็นใส่คนอื่นๆ หรือ เพื่อนร่วมทาง ซึ่งคุณอาจจะโดนสาบแช่งตามหลังได้ และ 2.เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เนื่องจากน้ำท่วมนั้น อาจทำให้การเบรกให้หยุดนั้นมีประสิทธิภาพลดลง เช่นเดียวกับระยะเบรค ที่เกิดจากการสัมผัสผิวถนนนั้นทำได้ยากขึ้น ทำให้ลื่นยิ่งขึ้น
        2.อย่าเร่งเครื่องแรง ในการลุยพื้นทีน้ำท่วมนั้น ตามปกติของการลุยอุปสรรคทั้งหลายนั้น เรามักจะใช้กำลังเครื่องเดินเบามากกว่าใช้การเร่งเครื่องเพื่อผ่านอุปสรรค ซึ่งการเดินเบานี้เราเรียกว่า Walking Speed ซึ่งตามหลักการทำงานของเครื่องยนต์แล้ว ยิ่งเราเร่งเครื่องมาก เครื่องยนต์ก็จะยิ่งต้องการอากาศมากเพื่อไปใช้ผสมกับอัตราการจ่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และถ้าคุณลุยน้ำในระดับสูง แล้วเร่งเครื่องรอบสูงผลก็คือ เครื่องยนต์อาจจะดูดน้ำเข้าไป และท้ายที่สุดเครื่องยนต์อาจจะดับได้

ถุงใส่น้ำสะอาด กรณีฉุนเฉินน้ำท่วม


          ในช่วงที่เกิดภาวะอุทกภัยนํ้าท่วม การเตรียมตัวเพื่อดำรงชีพระหว่างน้ำท่วมขัง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า เช่น การเตรียมเสบียงอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำดื่ม น้ำใช้ ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในภาวะแบบนี้

หากน้ำที่กักเก็บไว้ไม่สามารถปิดฝาภาชนะได้สนิท หรือ มีภาชนะเก็บน้ำสะอาดไม่เพียงพอ ถุงพลาสติกใส่อาหารช่วยได้
          1. เปิดปากถุงพลาสติกใสชนิดบรรจุอาหาร ถ้ามีใบใหญ่ที่สุดยิ่งดี
          2. เทน้ำสะอาดใส่ถุงประมาณครึ่งถุง อย่าใส่เต็ม จะมัดปากถุงลำบาก
          3. ม้วนปากถุงเป็นเกลียว มัดด้วยเชือกฟางให้แน่น โดยให้มีอากาศอยู่ ภายในประมาณ 1 ใน 4 ของถุง เพื่อให้สังเกตเห็นถุงลอยเหนือน้ำได้ง่าย
          4. นำปลายเชือกฟางที่เหลือ ผูกติดกับหลักยึดป้องกันการลอยน้ำหายไป
          เมื่อน้ำท่วม อากาศในถุงจะยกตัวขึ้นผิวน้ำ ทำให้มองหาถุงง่ายกว่าไม่มีอากาศ ถุงน้ำมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายในน้ำได้ง่าย หากยกถุงขึ้นจากน้ำ ถุงจะหนักขึ้นตามน้ำหนักน้ำที่ใส่ สามารถใช้ถุงขยะสีขุ่น/ถุงดำ เพื่อใส่น้ำใช้ (ไม่ใช่น้ำดื่ม) ต้องล้างถุงให้สะอาดก่อน และควรเลือกถุงที่มีความเหนียวมาก ๆระวังอย่าให้ถุงโดนของมีคมที่ลอยตามน้ำ จะทำให้ถุงแตกรั่วซึม
           แนวคิดนี้ได้จากการสังเกตเห็นถุงใส่แกงจืดที่ตกลงไปในน้ำแล้วลอยน้ำได้ จึงได้ทดลองนำถุงพลาสติกใส่น้ำสะอาดแล้วไปลอยในบ่อน้ำ ปรากฏว่าน้ำสะอาดข้างในยังสามารถนำมาใช้ได้ โดยต้องมัดปากถุงให้สนิทที่สุด หวังว่าการใช้ถุงพลาสติกใส่น้ำสะอาดนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการที่จะสำรองน้ำไว้ใช้ยามฉุกเฉิน และที่สำคัญหากใช้ถุงพลาสติกเสร็จแล้ว ควรนำถุงไปใช้ซ้ำ เช่น ใส่สิ่งของ ใส่ขยะ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าที่สุด ก่อนที่จะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติให้ใช้ในอนาคตอันใกล้นี้

วันออกพรรษา

          
           หลังเทศกาลเข้าพรรษาผ่านพ้นไปได้ 3 เดือน ก็จะเป็น วันออกพรรษา ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดระยะการจำพรรษา หรือออกจากการอยู่ประจำที่วัดในช่วงฤดูฝนตลอด 3 เดือนของพระภิกษุสงฆ์ โดย วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า "วันมหาปวารนา" คำว่า "ปวารนา" นั้นแปลว่า อนุญาตหรือยอมให้ โดยในปีนี้ วันออกพรรษา ตรงกับวันที่ 12 ตุลาคม 2554
           ทั้งนี้ วันออกพรรษา พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำสังฆกรรมใหญ่ที่เรียกว่า มหาปวารณา ใน วันออกพรรษา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ เนื่องจากในระหว่างที่เข้าพรรษาอยู่ด้วยกัน พระสงฆ์บางรูปอาจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข และการให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนก็จะทำให้รู้ข้อบกพร่องของตน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ถามข้อสงสัยซึ่งกันและกันได้ด้วย พระผู้ใหญ่ก็กล่าวตักเตือนพระผู้น้อยได้ และพระผู้มีอาวุโสน้อยก็สามารถชี้แนะถึงข้อไม่ดีของพระผู้ใหญ่ได้เช่นกัน แม้พระผู้ใหญ่จะมีอาวุโสมากกว่า แต่ท่านก็มิได้สำคัญตนผิดคิดว่าท่านทำอะไรแล้วถูกไปหมดทุกอย่าง เพื่อเป็นเครื่องมือชี้ให้เห็นวิธีการคอยสังวร คือ ตามระวัง ไม่ประมาท ไม่ยอมให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นได้ เหมือนล้อมรั้วไว้ก่อนที่วัวจะหาย ไม่ว่าจะอยู่ในเทศกาลเข้าพรรษาหรืออกพรรษา พระท่านจะประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ตามระบอบของพระธรรมวินัยอยู่ตลอดเวลา
         

เทคนิคอ่านหนังสือให้จำได้

แนะนำวิธีการอ่านหนังสือประเภทต้องใช้ความจำเยอะ ฉบับสั้นๆ ให้เพื่อนๆ ลองนำไปใช้ดูค่ะ



1.สิ่งที่แรกคือ จดจ่ออยู่กับหนังสือ ไม่วอกแวก
2.เริ่มอ่าน...
3.พยามสรุปให้ได้ว่า แต่ละย่อหน้านั้นที่อ่านมามีอะไรบ้าง ประมาณว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร(สูตรนี้เอามาจากอาจารย์)
4.แต่ละหัวข้อนั้นๆ อันไหนสำคัญใช้ปากกาเน้นขีดไว้ (ประมาณว่าเก็งข้อสอบ)
5.พออ่านแล้วใช้ปากกาเน้นขีดเนื้อหาที่สำคัญของหัวข้อนั้นๆ หมดทุกเรื่อง เมื่อใกล้สอบให้กลับมาอ่านข้อความที่เน้นไว้ทุกข้อความ
6.ถ้าว่างจนไม่มีอะไรทำ ให้คิดทบทวนเนื้อหาที่อ่านมาในใจ ประมาณว่าหัวข้อนี้มีอะไรบ้างที่สำคัญ

15 วิธีลับสมองให้ความให้ความจำดีขึ้น

15 วิธีลับสมองให้ความจำดีขึ้น


นี่คือคำแนะนำเพื่อความจำที่ดีขึ้น
         1. หาเวลาที่เหมาะที่สุดกับการใช้ความคิดของเราในแต่ละช่วงวัน แต่ละคนแต่ละวัยจะมีช่วงทองให้กับการคิดไม่เหมือนกัน ว่ากันว่าคนมีอายุแล้วสมองจะเคลียร์ที่สุดก็เป็นช่วงเช้า พวกหนุ่มๆสามวๆนั้นกว่าจะมีสมาธิในการคิดได้ก็จะเป็นช่วงบ่าย ดูตัวเองว่าความคิดดีดีของเรานั้นมักจะมาในช่วงไหน แล้วเก็บช่วงนั้นไว้สำหรับงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์
         2. หาความรู้อยู่เรื่อยๆ...รู้แบบกว้างๆ ไม่จำเป็นต้องรู้ลึกไปซะทุกอย่าง แต่ความรู้ที่สะสมมาจากทุกเรื่องจะช่วยต่อยอดกับข้อมูลใหม่ๆให้เข้าใจได้ ง่ายๆขึ้น
         3. "จดไว้ให้จำ" เครื่องช่วยจำที่ดีที่สุดก็คือจดทุกอย่างลงในกระดาษ เขียนไว้กันลืม สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า ถึงแม้ว่าหยดหมึกที่จางที่สุดก็จะอยู่ได้นานกว่าความจำที่ว่าแม่นที่สุด
        4. เพิ่มพลังกับกาแฟ..แต่แค่ถ้วยเดียวพอนะ ที่จะช่วยให้มีสมาธิดีขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าเวลาเครียดๆละก็ห้ามเด็ดขาดเพราะจะทำให้ฟุ้งซ่านมากกว่าเดิม
        5. โยงเรื่องใหม่กับความจำเดิม ให้คิดซะว่าความคิดหรือความจำที่มีอยู่เดิมนั้นเหมือนกับตุ๊กตาที่ถูกแขวน ไว้กลางอากาศ กำลังรอข้อมูลใหม่ๆเข้าไปปะติดปะต่อ อย่าปล่อยเรื่องใหม่ๆเข้าไปอย่างไม่มีจุดเชื่อมโยง เช่น ถ้าจะจำชื่อคน ก็ลองโยงความหมายหรือเสียงของชื่อนั้นเข้ากับสิ่งต่างๆที่เราคุ้นเคย

4 เคล็ดลับ สร้างสุขภาพเกรด A

           กิน ดื่ม นอน ถ่าย เป็นกลไกปกติของชีวิตประจำวันมนุษย์ และเป็นต้นทางสู่ความอ่อนแอ ขี้โรค หรือว่าแข็งแรงสดใสด้วย

ใครอยากมีสุขภาพดีๆ โปรดทำตามเคล็ดลับที่จะขอแนะนำทั้ง 4 ประการดังต่อไปนี้

เคล็ดลับของการกิน

       1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย ไม่ซ้ำซาก
       2. กินอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบสดๆ และสะอาด ปราศจากสารปนเปื้อนเป็นสำคัญ
       3. อย่ากินอาหารรสจัด ไม่ว่าจะหวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด มันจัด หรือเผ็ดจัดก็ตาม ยกเว้นขมจัด เช่น มะระหรือสะเดา
      4. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และรับประทานช้าๆ อย่ารีบเร่ง
      5. กินอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ ดีที่สุด
      6. กินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป และไม่น้อยจนเกินไป
     7. กินผักและผลไม้ให้ติดเป็นนิสัย ผลไม้ไม่ควรหวานจัด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง จัดกิจกรรม วันแม่แห่งชาติ


ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง นำโดย ผอ.สุรพล อ่ำจำปา ผอ.กศน.อำเภอหนองม่วง พร้อม
ด้วยคณะครู กศน.อำเภอหนองม่วง ได้จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ขึ้นระหว่าง วันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2554 เพื่อให้เด็กและเยาวชนในเขตอำเภอหนองม่วง ได้ทำกิจกรรมเพื่อให้เกิดความรักและความผูกพันระหว่างครอบครัว โดยได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เช่น ลงนามถวายพระพร การประดิษฐ์ดอกมะลิ เขียนเรียงความวันแม่ และประดิษฐ์การ์ดวันแม่ เป็นต้น มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจำนวน 54 คน

วันเข้าพรรษา


ความเป็นมาของการเข้าพรรษา


            ในเรื่องความเป็นมาของการเข้าพรรษา ถ้าว่ากันตามประวัติย่อๆ คือ ในยุคต้นพุทธกาล ก็ยังไม่มีการเข้าพรรษา เพราะฉะนั้นตลอดทั้งปี เมื่อพระภิกษุมีความเห็นว่าท่านควรจะไปเทศน์ ไปสอนญาติโยมที่ไหนได้ ท่านพอมีเวลา ท่านก็จะไป หรือไม่ได้ไปเทศน์ไปสอนใคร ถ้าเห็นว่าที่ไหนมันเงียบ มันสงัดดี เหมาะในการที่จะไปบำเพ็ญภาวนา ทำสมาธิ(Meditation)ของท่าน ท่านก็จะไป ซึ่งแน่นอน ส่วนมากก็จะอยู่ในเขตที่เป็นป่าเป็นเขา ไกลๆออกไปจากตัวเมือง หรือว่าต้องผ่านไปในชนบทนั่นเอง
            จากการที่ท่านต้องไปอย่างนี้ เนื่องจากในฤดูฝนที่เขาทำไร่ทำนากันอยู่นั้น บางครั้ง ข้าวกล้าของเขาก็เพิ่งหว่านลงไปในนา มันเพิ่งงอกออกมาใหม่ๆ บางทีก็ดูเหมือนหญ้า พระภิกษุก็เดินผ่านไป นึกว่ามันเป็นดงหญ้า ก็เลยย่ำข้าวกล้าของเขาไป ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เขาก็มาฟ้องพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระไปย่ำข้าวของเขาที่ปลูกเอาไว้ หว่านเอาไว้ นกกาฤดูฝนมันยังอยู่กับรังของมัน พระทำไมไม่รู้จักพักบ้าง

วันอาสาฬหบูชา


            ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี จะตรงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกหนึ่งวัน นั่นคือ "วันอาสาฬหบูชา" ซึ่งในปี พ.ศ.2554 นี้ วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันที่ 15 กรกฎาคม และวันเข้าพรรษา ตรงกับวันที่ 16 กรกฎาคม
            ทั้งนี้ คำว่า "อาสาฬหบูชา" สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา ซึ่งจะประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน 8 ทางจันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน 8
            วันอาสาฬหบูชา คือวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จน พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี

เลือกตั้ง ส.ส. กลไกสำคัญสู่วิถีประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

         ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คำว่า “ประชาธิปไตย” แปลว่า “ประชาชนเป็นใหญ่” คือการที่ประชาชนมีอำนาจอธิปไตยหรือมีอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่ประชาชนทั้ง 64 ล้านคน จะเข้าไปปกครองบริหารประเทศทั้งหมดด้วยตนเองย่อมเป็นไปไม่ได้ จึงต้องมอบ อำนาจอธิปไตยให้แก่ตัวแทนที่ตนเลือกเพื่อให้ไปทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติและ ด้านการบริหารแทนประชาชน ดังนั้นจึงมีการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ทำหน้าที่แทนประชาชน
        การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้อยู่ในช่วงเวลาที่ประชาชนบางกลุ่มมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน หากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งพร้อมใจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ย่อมหมายถึงประชาชนส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจเลือกแล้วและได้แสดงเจตนารมณ์ อย่างแรงกล้าที่ต้องการให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดหรือพรรคการเมืองใด เข้าไปแก้ไขปัญหาและระงับความขัดแย้งต่างๆ ให้หมดไปจากประเทศไทย
         ดังนั้น การตัดสินใจเลือกใคร พรรคการเมืองใด หรือแม้แต่การตัดสินใจไม่เลือกใครหรือพรรคการเมืองใดเลย จึงเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งอย่างมีเหตุผล โดยเลือก “คนดี มีความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต เห็นประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน” ให้เข้าไปบริหารบ้านเมืองเพื่อประโยชน์สุขของพวกเราทุกคน


การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร 2554

วันวิสาขบูชา

      

          วันวิสาขบูชานี้ ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. 420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่าง มโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติอยู่

            สมัยสุโขทัยนั้น ประเทศไทยกับประเทศลังกามีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาใกล้ชิดกันมากเพราะพระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย


วันพืชมงคล


วันพืชมงคล            
              หากเอ่ยชื่อ "วันพืชมงคล" แล้วเชื่อว่าหลายคนคงยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว เพราะจะได้หยุดเรียน หยุดงาน พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่จะมีสักกี่คนรู้รายละเอียด รู้ความหมาย หรือรู้ความเป็นมาเป็นไปของ "วันพืชมงคล" อย่างแท้จริง เอาเป็นว่าเราไปเจาะลึกประวัติและความเป็นมาของ "วันพืชมงคล" กันดีกว่า...

             วันพืชมงคล หมายถึง วันที่กำหนดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่ามาแต่โบราณที่เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งพระราชพิธีนี้จะกระทำที่ท้องสนามหลวง ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
             พิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้างเหนียว ข้างฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัย และ ให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี
           พิธีแรกนาขวัญ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว

วันฉัตรมงคล


ความสำคัญ

          วันฉัตรมงคล เป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ คือ พระองค์ได้ขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้วจึงได้เสด็จนิวัติในประเทศไทย และรัฐบาลไทยได้น้อมเกล้า ฯ จักพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถวาย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 เหล่าพสกนิกรชาวไทย ได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันฉัตรมงคลรำลึก
พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก
          1. ขั้นเตรียมงานพระราชพิธี เริ่มตั้งแต่พิธีตักน้ำ และทำพิธีเสกน้ำ ณ เจดีย์สถานสำคัญจากสถานที่ตักน้ำ ก่อนที่จะส่งเข้ามาทำพิธีต่อไปในพระนคร น้ำที่เสกนี้ใช้สำหรับถวายบสำหรับถวายเป็น น้ำอภิเษก และสรงมุรธาภิเษก โดยมีระเบียบกำหนดให้ ใช้น้ำจากแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำคงคา ยมนา อิรวดี มหิ และสรภู ในชมภูทวีป หรือที่เรียกว่า "ปัญจมหานที" แต่เนื่องจากประเทศไทยอยู่ห่างจากชมภูทวีปมาก ไม่สะดวกในการเดินทาง จึงเปลี่ยนมาใช้น้ำจากแม่น้ำ 18 แห่ง จากภายในพระราชอาณาจักรแทน นอกจากนี้ยังมีพิธีจารึกดวงพระราชสมภพในพระสุพรรณบัฏ และแกะพระราชสัญจกร

ตำนานนางสงกรานต์

           นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ อันเป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว  เป็นอุบายเพื่อให้คนโบราณได้รู้ว่าวัน มหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นการเถลิงศกใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใด โดยสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ ปีไหนตรงกับวันใดนางสงกรานต์ที่มีชื่อสมมุติเข้ากับวันนั้นๆก็จะเป็น ผู้อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ไปสรงน้ำ ซึ่งนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดนี้ เป็นเทพธิดาลูกสาวท้าวกบิลพรหม และเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์
         จากตำนานเล่าถึงท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญาแต่เนื่องจากพระเศียรของพระองค์ตกไปอยู่ที่ใด ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้นไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดินหรือในน้ำ ดังนั้น ธิดาทั้งเจ็ดจึงต้องนำพานมารองรับ และนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธชุลี ณ เขาไกรลาส ครั้นถึงกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมุติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดก็จะทรงพาหนะต่างๆผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดาออกแห่ โดยที่เทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำ จึงได้ชื่อว่า “นางสงกรานต์” ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะกบิล หมายถึง สีแดง นอกจากตำนานข้างต้น   ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนางสงกรานต์ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอนำมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมดังนี้

กศน.อำเภอหนองม่วงจัดโครงการค่ายเยาวชนรุ่นใหม่ใส่ใจการอ่าน


         
          กศน.อำเภอหนองม่วง และงานห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง นำโดย ผอ.สุรพล  อ่ำจำปา พร้อมคณะครู กศน.อำเภอหนองม่วง ได้จัดโครงการค่ายเยาวชนรุ่นใหม่ใสใจการอ่าน เมื่อวันที่ 4-5 เมษายน  2554  ณ ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์  1.เพื่อให้ประชาชนเกิดนิสัยรักการอ่าน  2. เพื่อให้ประชาชนรู้จักค้นคว้าหาความรู้ เลือกสรรความรู้อันเป็นประโยชน์จากหนังสือ 3.เพื่อให้ประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  4.เพื่อให้นักเรียนอ่านหนังสือได้ออกและอ่านได้ 5.เพื่อพัฒนาการอ่านให้เกิดประสิทธิภาพ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสูดต่อตนเอง ชุมชน และสังคมต่อไป โครงการดังกล่าวมีอาสาสมัครรักการอ่าน เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งสิ้น 60 คน  

กศน.อำเภอหนองม่วงร่วมโครงการมหกรรมส่งเสริมการอ่านสร้างชาติ

        กศน.อำเภอหนองม่วง และงานห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง นำโดย ผอ.สุรพล อ่ำจำปา พร้อมคณะครู กศน. อำเภอหนองม่วง ได้จัดกิจกรรมโครงการมหกรรมส่งเสริมการอ่านสร้างชาติ ร่วมกับสำนักงานกศน. จังหวัดลพบุรี ในวันที่ 2 เมษายน 2554 มีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนทั้งสิ้น 60 คน โดยได้แบ่งเป็นกิจกรรมดังนี้

1.เดินรณรงค์ส่งเสริมรักการอ่าน ในชื่อขบวน “รักการอ่านสร้างสรรค์ชุมชน”
2.กิจกรรมมุมเฉลิมพระเกีรยติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
3.กิจกรรมมุม ICT
4.กิจกรรมมุมอ่านเสริมเพิ่มอาชีพ
5.กิจกรรมเกม “สุภาษิตล่องหน”

วันวาเลนไทน์

         
          ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวคริสต์ นั่นก็คือ วันวาเลนไทน์ นั่นเอง วันวาเลนไทน์ หรือ วันนักบุญวาเลนไทน์ หรือที่รู้จักกันว่า วันแห่งความรัก นั้น เป็นวันที่คู่รักจะบอกความในใจของกันและกัน อาจจะโดยการส่งการ์ด, มอบดอกไม้ หรือพากันไปท่องเที่ยวในสถานที่หวานแหววโรแมนติคสุดประทับใจ สำหรับในประเทศไทยเอง เทศกาลแห่งความรักนี้ก็ได้รับความนิยมแพร่หลาย ไม่ว่าจะในหมู่ชาวคริสต์ หรือชาวพุทธก็ตาม
          สำหรับประวัติวันวาเลนไทน์นั้น หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เหตุเป็นเพราะวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้น เป็นวันเสียชีวิตของนักบุญวาเลนไทน์ หรือเซนต์วาเลนไทน์ นักบุญแห่งความรักนั่นเอง นักบุญวาเลนไทน์ เป็นผู้ริเริ่มการจัดงานแต่งงานในยุคที่ไม่นิยมให้แต่งงานกัน เหตุเพราะในช่วงนั้น โรม ต้องประสบกับสงคราม จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ต้องการเกณฑ์คนไปรบ แต่มีบุคคลจำนวนมากที่มีครอบครัว มีภรรยา มีคนรัก ต่างไม่อยากจะทิ้งครอบครัวไป ทำให้ จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ตัดสินใจให้ยกเลิกการแต่งงานและการหมั้นทั้งหมดของชาวโรมันในยุคนั้นไปหมด อย่างสิ้นเชิง

เทศกาลตรุษจีน

          ตรุษจีน เป็นวันสำคัญของจีนที่มีมาแต่โบราณที่เรียกว่า "กว้อชุนเจี๋ย" หรือ "กว้อเหนียน" เล่ากันว่าในสมัยโบราณ ในป่าทึบแห่งหนึ่ง มีสัตว์ป่าที่ดุร้ายและน่ากลัวมากตัวหนึ่ง เรียกว่า "เหนียน" มันออกอาละวาดกินคนเป็นประจำ พระเจ้าจึงลงโทษมัน อนุญาตให้มันลงมาจากเขาได้เพียงหนึ่งครั้งใน 365 วัน ดังนั้น เมื่อฤดูหนาวใกล้จะผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิเวียนมาใกล้ เหนียน ก็จะออกมาทำร้ายผู้คน เพื่อป้องกันการมาของ เหนียน ทุก ๆ ครัวเรือนจึงต่างสะสมเสบียงอาหาร และกับข้าวจำนวนหนึ่งไว้ในบ้าน เมื่อถึงตอนค่ำของวันที่ 30 เดือน 12 ก็จะปิดประตูและหน้าต่างเอาไว้ ไม่หลับไม่นอนตลอดคืน เพื่อต่อสู้กับ เหนียน จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าก็จะเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 เมื่อ เหนียน กลับไปแล้ว ทุก ๆ ครัวเรือนก็จะเปิดประตูออกมาแสดงความยินดีต่อกัน ที่โชคดีไม่ได้ถูก เหนียน ทำร้าย

 
                                                     คำขวัญวันเด็ก2554

                                             "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ"
ทั้ง ๓ ด้านนี้มีความสำคัญกับเด็กๆในภาวะปัจจุบันมาก
“รอบคอบ” ปัจจุบันมีทางเลือกที่จะรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อใหม่ต่าง ๆ  ต้องรู้รอบด้าน ไม่เป็นเหยื่อรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนเกิดปัญหาแก่ตนเองและสังคม
“รู้คิด” เรียนรู้รอบด้านแล้วต้องรู้จักคิดใช้ชีวิตอย่างมีสติไม่ประมาท ผมจึงอยากให้น้องๆเด็กๆรู้จักคิดให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
“จิตสาธารณะ” สังคมต้องพึ่งพิงกันเห็นได้ในยามมีภัยคนไทยเราช่วยกัน การปลูกฝังจิดสำนึกเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งในสังคมเริ่มที่น้องๆเยาวชน

ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง ยินดีต้อนรับ
นายสุรพล อ่ำจำปา ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง

Blog Archive

สถิติผู้เข้าชม

ข่าวไทยรัฐ

ผู้ติดตาม