กศน.อำเภอหนองม่วง เข้าร่วมโครงการผู้ว่าฯพบประชาชน


           เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕ กศน.อำเภอหนองม่วง นำโดย ผอ.สุรพล อ่ำจำปา ผอ.กศน.อำเภอหนองม่วง พร้อมด้วยคณะครู กศน.อำเภอหนองม่วง ได้เข้าร่วมโครงการ ผู้ว่าฯพบประชาชน (หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน) ณ วัดคีรีนาค ตำบลชอนสารเดช อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี โดยทาง กศน.อำเภอหนองม่วงได้นำกิจกรรมสอนอาชีพการทำขนมกระหรี่ฟั้พ การกัดลายกระจก บริการตัดผมฟรี ห้องสมุดเคลื่อนที่ และรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อออกให้บริการเยาวชนและประชาชน ทั่วไป

ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ

ภาพงานวันเด็ก

         
          เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๕ กศน.อำเภอหนองม่วง  นำโดย ผอ.สุรพล อ่ำจำปา ผอ.กศน.อำเภอหนองม่วง พร้อมด้วยคณะครู กศน.อำเภอหนองม่วง  ได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๕ ร่วมกับเทศบาลตำบลหนองม่วง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดกิจกรรมสันทนาการให้แก่เด็ก และเยาวชนในเขตอำเภอหนองม่วง และพื้นที่ใกล้เคียง โดยในงานได้มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านนิทานแสนสนุก กิจกรรมวาดภาพระบายสี กิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัล บริการแจกไก่ทอด และไอศครีม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจำนวน ๓๕๐ คน

8 เคล็ดลับ สวยสุขภาพดีไม่พึ่งหมอ

           
 ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาเรื่องผิวกับผู้หญิงนั้นเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ที่มักพบกับปัญหาผิวพรรณไม่สดใส รวมถึงมีผิวหย่อนคล้อย เนื่องจากในปัจจุบันผู้หญิงต้องทำงานหนักและมีภาระต้องดูแลครอบครัว จึงทำให้ไม่มีเวลาดูแลตนเอง จึงขอเผยให้ทราบถึงเคล็ดลับ 8 วิธีในการดูแลตนเองในแบบง่ายๆ ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อช่วยให้ผิวสวยๆ อยู่คู่กับคุณสาวๆ ไปได้นานๆ


              นพ.กฤษธิพร เพ็งสุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและสุขภาพความงาม กล่าวว่า สำหรับ เคล็ดลับข้อแรก นั้นคือเรื่องของ “อาหารการกิน” อย่างที่ทราบกันดีว่าความต้องการอาหารในแต่ละคนและแต่ละช่วงวัยนั้นมีความต้องการไม่เท่ากัน ดังนั้นคุณหมอแนะนำว่า ทางที่ดีควรเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ เช่น ผักหลากสีเพราะผักเหล่านี้อุดมไปด้วยสารแคโรทีนที่ดีต่อผิว ขณะเดียวกันก็ควรเช็คตัวเองด้วยว่าตนเองแพ้อาหารชนิดใดหรือไม่ เพราะในปัจจุบันผู้หญิงส่วนใหญ่จะแพ้อาหารประเภทนมหรือไข่และขนมปังจำนวนมาก และอาการแพ้นี้อาจสะสมและแสดงให้เห็นได้ทางผิวหนัง

             เคล็ดลับข้อที่ 2 คือ “การดื่มน้ำ” ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน เพราะผิวต้องการน้ำไปหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ พร้อมกันนี้คุณหมอกล่าวว่า สำหรับผู้ที่ดื่มน้ำน้อยจะมีปัสสาวะสีเข้ม ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นการบอกให้ทราบว่าร่างกายต้องการน้ำ ส่วนผู้ที่ดื่มน้ำเพียงพอจะมีปัสสาวะสีจาง

            เคล็ดลับที่ 3 คือ “การพักผ่อน” ก็เป็นสิ่งที่ต้องเอาใจใส่ไม่แพ้กัน เพราะการที่จะมีผิวดีนั้นควรให้ความสำคัญกับช่วงเวลานอน ซึ่งช่วงเวลานอนที่ดีที่สุดคือ 22.00-02.00 น. เพราะช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายจะหลั่งสารเมลาโทนินออกมามากที่สุด ทำให้ร่างกายเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และที่สำคัญคุณหมอแนะนำว่าควรนอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน

            เคล็ดลับข้อที่ 4 คือ “การออกกำลังกาย” ซึ่งการออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอ แต่หากมากหรือน้อยเกินไปก็ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน ดังนั้นคุณหมอจึงแนะนำว่า อย่างน้อยควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30-60 นาที พร้อมกันนี้คุณหมอกล่าวว่า การออกกำลังกายที่ดีที่สุดนั้น คือการออกกำลังกายที่ใช้ออกซิเจน และต้องไม่หักโหมจนเกินไป แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง 30 นาทีขึ้นไปในแต่ละครั้ง เพื่อให้ผิวขับของเสียออกมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ผิวสดใสขึ้น คุณหมอกล่าว

             เคล็ดลับข้อที่ 5 คือ “หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย” เช่น ความเครียด แสงแดด รวมถึงมลภาวะ เช่น ควันพิษ หรือยาที่รับประทานเข้าไปมากๆ จนเกิดเป็นของเสียที่ร่างกายต้องขับออกมา ซึ่งหากร่างกายต้องแบกรับอนุมูลอิสระเหล่านี้เกินขนาดจะส่งผลเสียต่อผิว ขณะเดียวกันยังเป็นสาเหตุของความชราอีกด้วย

             เคล็ดลับข้อที่ 6 คือ “เสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ” ด้วยการเลือกรับประทานผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มของเบอรี่ต่างๆ หรือจำพวกกลุ่มถั่ว และในปัจจุบันนั้นก็มีสารแอนติออกซิแดนต์ เช่น กลูต้าไธโอน, โคเอนไซม์คิวเทน เป็นต้น ซึ่งสารดังกล่าวนั้นสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยของผิวได้

             เคล็ดลับข้อที่ 7 คือ “การล้างพิษ” เพื่อสร้างสมดุลช่วยให้ร่างกายสดชื่น และมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ซึ่งมีให้เลือกหลายวิธี เช่น การสวนลำไส้ และการรับประทานวิตามิน เป็นต้น

เพิ่มความจำ "วัยทำงาน"

            

             มีสาวออฟฟิศเล่าปัญหาเข้ามาว่า ในแต่ละวันต้องใช้ความคิดในการทำงานค่อนข้างหนัก จะมีวิธีบำรุงสมองให้รู้สึกกระฉับกระเฉงได้อย่างไรบ้าง


             ความอ่อนล้าของสมอง หรืออาการที่เรียกว่า “เบลอ” มักพบบ่อยในหนุ่ม - สาวติดไฟวัยทำงาน ที่ต้องใช้ทั้งพลังสมอง และพลังกาย ตกเย็นกลับบ้านจึงรู้สึกเหนื่อยง่ายอยู่บ่อยๆ หากจะเลือกหาสิ่งดับกระหายคลายหิวแล้วล่ะก็ ไม่ควรมองข้าม “อาหาร” ใกล้ตัวต่อไปนี้ เพราะมีประโยชน์ต่อสมองสุดๆ

          “ปลา” โดยเฉพาะปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู จะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และ DHA ช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้ไวต่อการรับสัญญาณประสาท ทำให้สมองกระฉับกระเฉง มีสมาธิ
          “ผักใบเขียวเข้ม” เช่น ผักคะน้า ผักโขม เป็นแหล่งของวิตามินอี และโฟเลต ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม อัตราการเปลี่ยนแปลงของความจำช้าลง

          “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” เช่น สตรอเบอร์รี่, เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ มีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ระบบประสาท โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน

          “เมล็ดธัญพืช” อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 1 ช่วยสร้างเซลล์ประสาทให้แข็งแรง ช่วยลดความบกพร่องในกระบวนการคิด
             อย่างไรก็ตาม นอกจากอาหารบำรุงสมองดังกล่าวข้างต้นที่ควรมีติดครัวไว้รับประทานประจำแล้ว ยังต้องมีวินัยในการบริโภค โดยทานให้ครบมื้อ ครบหมู่ และเลี่ยงอาหารไร้ประโยชน์ควบคู่ไปด้วย จึงจะเกิดประสิทธิภาพที่สุด

                                    

                                                    อาเศียรวาทราชสดุดี

                                น้ำแล้งดินแห้งแข็ง         ทรงพลิกแผลงด้วยฝนหลวง
                             ธ.เป็นดั่งดวงทรวง             คอยห่วงหวงราษฏร์แผ่นดิน
                             กราบก้มบังคมบาท           ภูวนาทผู้ทรงศีล
                             หมู่ชนล้วนยลยิน               พระภูมินทร์เปี่ยมพระทัย
                             ทศพิธราชธรรม                ทรงน้อมนำเอามาใช้
                             เมตตาประชาไทย             ร้อนสิ่งใดทรงดับพลัน
                             เยาวชนล้นปัญญา             ชาวประชาล้วนสุขสันต์
                             ประทานศึกษากัน             ทวยราษฏร์นั้นล้วนยินดี
                             ทรงโปรดแนวเกษตร         แก้สาเหตุไม่สุขศรี
                             ดินแข็งแล้งไม่ดี                แนะวิธีฟื้นฟูดิน
                             ทรงแนะปลูกหญ้าแฝก       ให้รากแทรกชำแรกสิ้น
                             รากนั้นไชลงดิน                ยึดทรายหินกันทะลาย
                             แนะนำราษฏร                  ทั้งฝึกสอนการค้าขาย
                            ยึดหลักพอเพียงกาย          ปันส่วนขายเหลือไว้กิน
                            พระซึ้งซึ่งดนตรี                 จอมกวีมณีศิลป์
                            แซ่ซ้องก้องแผ่นดิน           ทั้งทั่วถิ่นในโลกา
                            ถวายพระพรชัย                 แด่จอมไทยได้คู่ฟ้า
                            ขอปวงเทพเทวา               ร่วมศรัทธาถวายพรชัย
                            มหามงคลกาล                  โปรดประทานบันดาลให้
                            เศวตพระจอมไตร              ราชาชัยทรงสำราญ
                           ขอพรพระไตรรัตน์              ดลจรัสเกษมศานต์
                           เศวตฉัตรชัชวาลย์              แผ่ไพศาลพระบารมี
                           นิรทุกข์ไม่กรายกล้ำ           เกษมธรรมพิพัฒน์ศรี
                           พระชนม์กว่าร้อยปี             พระภูมีสง่าไกล
                           พระพละทรงแข็งแรง          กายาแกร่งสุดสดใส
                           ประสงค์จำนงใด                สมพระหฤทัยสฤษดิ์เทอญฯ

                                         ฑีฆายุโกโหตุ มหาราชา

                                    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

กศน.อำเภอหนองม่วง ต้อนรับคณะศึกษานิเทศจาก สำนักงาน กศน.จังหวัดลพบุรี

       เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2554 กศน.อำเภอหนองม่วง นำโดย ผอ.สุพล อ่ำจำปา ผอ.กศน.อำเภอหนองม่วง พร้อมด้วยคณะครู กศน.อำเภอนหนองม่วง ได้ต้อนรับ คณะศึกษานิเทศ จาก สำนักงาน กศน.จังหวัดลพบุรี โดยทางศึกษานิเทศมาเพื่อเตรียมความพร้อม ในการประเมินมาตรฐานการศึกษา ในครั้งต่อไป

1 ธันวาคม วันเอดส์โลก

วันต้านเอดส์โลก วันเอดส์โลก   1 ธันวาคม ของทุกปี


         องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดเอา วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปีเป็น“วันโลกต้านเอดส์” (WORLD AIDS DAY) และในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2532 ถือว่า เป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก
         ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2532 ถือว่าเป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์หลายรูปแบบพร้อมกันทั่วโลก
โดยตั้งความหวังไว้ว่า
         1.จะพยายามหยุดยั้งโรคเอดส์
         2.ให้ความเห็นใจ ห่วงใย ต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์
         3.ให้ทุก ๆ คนได้รู้เรื่องโรคเอดส์
         จากการที่องค์การอนามัยโลก ได้ให้ความสำคัญของโรคเอดส์ดังกล่าว ย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า โรคเอดส์เป็นโรคที่มีความรุนแรง มีผลกระทบต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคมและต่อประเทศชาติ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากมาย


โครงการ “กศน.อำเภอหนองม่วง รวมใจช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม”



          กศน.อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี นำโดย ผอ.สุรพล อ่ำจำปา พร้อมด้วยคณะครู กศน.อำเภอหนองม่วง ได้จัดโครงการ กศน.อำเภอหนองม่วง รวมใจช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมณ ตำบลสี่คลอง อำเภอเมืองลพบุรีจังหวัดลพบุรี โดยได้ทำ ข้าวผัด และเฉาก๊วย เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยทั้งที่ได้พักพิงอยู่ ที่วัด และหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียง  ในการนี้ กศน.อำเภอหนองม่วง ขอขอบคุณ ผอ.ธิติพนธ์ ระลอกแก้ว ผอ.กศน.อำเภอเมืองลพบุรี ที่ได้ประสานงาน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ในการจัดทำโครงการในครั้งนี้

ห้องสมุดประชาชนอำเภอหนองม่วง ยินดีต้อนรับ
นายสุรพล อ่ำจำปา ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง

สถิติผู้เข้าชม

ข่าวไทยรัฐ

ผู้ติดตาม